วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

สารป้องกันและกำจัดโรคพืช ตอนที่ 5

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ
มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษ
เพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมา
ตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


คอปเปอร์  ไฮดร๊อกไซด์
(copper  hydroxide)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดเชื้อราอนินทรีย์  (inorganic)  ออกฤทธิ์ให้ผลทางด้านป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  1,000  มก./กก.  อาจทำให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคือง
โรคพืชที่กำจัดได้        โรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อ  Cercospora  spp.  โรคแบคทีเรียล  ไบล์ท  (Bacterial  blight)  โรคแอนแทรคโนส  โรคราน้ำค้าง  โรคใบม้วน  (Leaf  curl)  โรค  Late  blight  โรค  Angular  leaf  spot  โรค  Melanose  โรคสะแคป  (Scab)  และโรคอื่น ๆ
พืชที่ใช้                   กล้วย  ถั่วต่าง ๆ  บรอคโคลี่  กะหล่ำปลี  กะหล่ำดอก  โกโก้  แตงแคนตาลูป  แครอท  คื่นฉ่าย  เชอร์รี่  ส้ม  กาแฟ  แตงกวา  องุ่น  มะม่วง  พริกไทย  มะเขือ  ฟักทอง  สตรอเบอร์รี่  แอปเปิล  มะเขือเทศ  ผักกาดหอม  มันฝรั่ง  แตงโม  และข้าวสาลี
สูตรผสม                  35%  และ  77%  ดับบลิวพี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก  ผสมกับน้ำกวนให้เข้ากันดี  แล้วฉีดพ่นที่ใบให้ทั่วต้นพืช  เมื่อพบว่ามีโรคพืชเริ่มระบาด  ใช้ซ้ำได้ทุก  10-14  วัน
อาการเกิดพิษ            ทำให้ผิวหนัง  ดวงตาและระบบหายใจเกิดอาการระคายเคือง
ข้อควรรู้                    - ระยะเวลาที่ใช้ก่อนการเก็บเกี่ยว  7  วัน
                             - เป็นพิษต่อปลา
                             - ผสมกับสารกำจัดศัตรูพืชอื่นได้เกือบทั้งหมด

คอปเปอร์  อ๊อกไซด์
(copper  oxide)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดเชื้อรา  (inorganic)  ออกฤทธิ์ในทางป้องกันโรคพืชและใช้คลุกเมล็ด
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  470  มก./กก.
โรคพืชที่กำจัดได้        โรคสแคป  (Scab)  โรคสมัท  (Smuts)  โรคใบไหม้  (Blight)  โรคเน่าคอดิน  โรคเน่าสีน้ำตาลและสีดำ  โรคใบจุด  โรคราน้ำค้าง  และโรคอื่น ๆ
พืชที่ใช้                   กล้วย  ถั่ว  ข้าวโพด  บรอคโคลี  กะหล่ำปลี  แคนตาลูป  แครอท  กะหล่ำดอก  คื่นฉ่าย  ส้ม  โกโก้  กาแฟ  แตงกวา  มะเขือ  กระเทียม  องุ่น  คะน้า  หอม  พริกไทย  มันฝรั่ง  ฟักทอง  สตรอเบอร์รี่  มะเขือเทศ  ไม้ดอกและไม้ประดับทั่วไป
สูตรผสม                  75%  ดับบลิวพี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก  ผสมน้ำกวนให้เข้ากันดีแล้วฉีดพ่นที่ใบให้ทั่วต้นพืชทุก  7-10  วัน
ข้อควรรู้                    - ไม่ผสมกับ  lime  sulfur  แต่ผสมได้กับสารกำจัดศัตรูพืชอื่น ๆ
                             - ไม่เป็นอันตรายต่อผึ้ง

คอปเปอร์  อ๊อกซี่คลอไรด์
(copper  oxychloride)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดเชื้อราอนินทรีย์  (inorganic)  ออกฤทธิ์ให้ผลทางด้านป้องกันโรคพืชและแบคทีเรีย
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  1,440  มก./กก.  มีพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน้อยมาก
โรคพืชที่กำจัดได้        โรคราน้ำค้าง  โรคแอนแทรคโนส  โรคมีลาโนส  โรคสแคป  โรคใบจุด  โรคใบไหม้  โรคราสนิม  โรคผลเน่า  โรคแคงเคอร์
พืชที่ใช้                   องุ่น  ส้ม  มะม่วง  ถั่ว  กล้วย  มันฝรั่ง  มะเขือเทศ  ผักต่าง ๆ  มะเขือ  ชา  กาแฟ  ยาสูบ  พริก  มะนาว  พืชตระกูลแตง  หอม  สตรอเบอร์รี่  พริกไทย  ไม้ดอกและไม้ประดับทั่วไป
สูตรผสม                  62%  และ  85%  ดับบลิวพี
อัตราใช้และวิธีใช้        ชนิด  85%  ใช้อัตรา  30-80  กรัม  ผสมกับน้ำ  20  ลิตร  กวนให้เข้ากันดีแล้วฉีดพ่นที่ใบให้ทั่วต้นพืช  ใช้ซ้ำได้ตามความจำเป็นและเขย่าถังขณะฉีดพ่น
อาการเกิดพิษ            ถ้าถูกผิวหนังจะทำให้แสบร้อนและอักเสบ  ถ้าหายใจเอาละอองฝุ่นเข้าไปอาการจะเกิดขึ้นน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับปริมาณและละอองฝุ่นที่สูดดมเข้าไป  ซึ่งอาจมีอาการแน่นหน้าอก  หายใจไม่สะดวก  มีรสโลหะอยู่ในปาก  ถ้าเข้าปากจะมีอาการแสบร้อนในปากและคอ  กระเพาะและลำไส้อักเสบ  อาเจียน  ท้องเสีย  ถ้ากลืนกินเข้าไปจะมีอาการปวดท้องรุนแรง  อาเจียน  ท้องเสีย  เลือดออกในกระเพาะและจะปนออกมากับอุจจาระ  ปัสสาวะจะมีลักษณะคล้ายเป็นโรคดีซ่าน  ตับโตและล้มเหลว
การแก้พิษ                ถ้าเกิดพิษที่ผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่มาก ๆ  ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดนาน ๆ  ถ้ากลืนกินเข้าไป  ต้องรีบทำให้อาเจียน  ด้วยการล้วงคอหรือให้ดื่มน้ำเกลืออุ่น  สำหรับแพทย์  ถ้าคนไข้กลืนกินเข้าไป  ให้คนไข้ดื่มน้ำนมแม๊กนีเซียแล้วตามด้วยน้ำเกลือจนคนไข้อาเจียนออกมาหมด  ล้างท้องคนไข้แล้วให้กินถ่านยาแอ๊คติเวทเต็ด  ซาร์โคล  กับ  Potassium  ferrocyamide  0.1%  แล้วให้คนไข้รับประทานยา  Penicillamine  ขนาด  0.3  กรัม  วันละ  3  ครั้ง  ก่อนอาหาร  ในรายที่มีอาการหนัก  ให้ฉีดด้วยยา  บีเอแอล  รักษาตามอาการ
ข้อควรรู้                    - มีคุณสมบัติกัดกร่อนโลหะ
                             - ในการให้ได้ผลดีนั้น  จะต้องฉีดพ่นโดยละเอียดและทั่วถึง
                             - ถ้าน้ำใช้ผสมเป็นน้ำกระด้าง  จะทำให้ได้สารละลายที่ข้นแข็ง
                             - ห้ามผสมหรือใช้ร่วมกับ  ทีเอ็นทีดี  (TNTD)  สารประกอบปรอท  น้ำปูนขาว  (Lime  sulfur)  และสารกำจัดเชื้อรา  dithiocarbamate
                             - ผสมกับสารกำจัดเชื้อราชนิดอื่น ๆ ได้
                             - ไม่เป็นอันตรายต่อผึ้ง

คอปเปอร์  ซัลเฟท
(copper  sulfate)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดเชื้อราอนินทรีย์  (inorganic)  ออกฤทธิ์ให้ผลในทางด้านป้องกันโรคพืช
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  300  มก./กก.  ทำให้ดวงตา  ผิวหนังและระบบทางเดินหายใจระคายเคือง
โรคพืชที่กำจัดได้        โรคใบไหม้  (Leaf  blight)  โรคใบจุด  (Cercospora  leaf  spot)  โรคแบ๊คทีเรียลไบล์ท  (Bacterial  blight)  โรคราน้ำค้าง  โรคใบม้วน  รวมทั้งใช้กำจัดสาหร่ายและตะไคร่น้ำ
พืชที่ใช้                   มันฝรั่ง  มะเขือเทศ  องุ่น  คื่นฉ่าย  แครอท  พริกไทย  สตรอเบอร์รี่และพืชอื่น ๆ
สูตรผสม                  10% , 20%  และ  25%  ฝุ่น
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก  ผสมกับน้ำกวนให้เข้ากันดีแล้วฉีดพ่นที่ใบให้ทั่วต้นพืช  ทุก  7-10  วัน
อาการเกิดพิษ            อาจกัดเนื้อเยื่อดวงตา  ผิวหนังและท่อทางเดินอาหาร  หากกลืนกินเข้าไปจะมีอาการคลื่นเหียน  อาเจียนและช๊อค
การแก้พิษ                ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย  15  นาที  ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่มาก ๆ  ถ้ากลืนกินเข้าไปต้องทำให้อาเจียน  ด้วยการให้ดื่มน้ำนมแม๊กนีเซีย  2  แก้ว  ทำให้อาเจียนซ้ำจนกว่าจะหมด  แล้วไปหาแพทย์  สำหรับแพทย์  ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  รักษาตามอาการ
ข้อควรรู้                    - ระยะเวลาที่ใช้ก่อนการเก็บเกี่ยว  7  วัน
                             - เป็นพิษต่อปลา
                             - ใช้สารนี้ในขณะที่มีน้ำค้างเกาะที่ใบจะได้ผลดีขึ้น
                             - สารนี้จะดูดความชื้นทันทีเมื่อถูกกับอากาศ
                             - ผสมกับสารกำจัดเชื้อราและสารกำจัดแมลงอื่น ๆ ได้
          - ในประเทศไทย  มีจำหน่ายในรูปผสมกับสารกำจัดเชื้อราอย่างอื่น  คือ  คอปเปอร์  ซัลเฟท + มาเน็บ + ซีเน็บ  (63 + 4 + 4 +%)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น