แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ถั่วลิสง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ถั่วลิสง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 16

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)

ลินูรอน
(linuron)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  urea  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชได้ทั้งแบบก่อนงอกและหลังงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  4,000  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  5,000  มก./กก.  อาจทำให้ดวงตา  จมูก  คอและผิวหนัง  เกิดอาการระคายเคือง
วัชพืชที่กำจัดได้         วัชพืชใบกว้างและหญ้าต่าง ๆ  ที่เป็นประเภทล้มลุก  และกล้าของวัชพืชยืนต้นบางชนิด
พืชที่ใช้                   ข้าวโพด  ถั่วเหลือง  ข้าวฟ่าง  แอสพารากัส  ฝ้าย  มันฝรั่งและองุ่น
สูตรผสม                  50ดับบลิวพี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก
การแก้พิษ                ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  รักษาตามอาการ
ข้อควรรู้                    - ห้ามปลูกพืชอื่นภายใน  4  เดือน  หลังจากใช้
                             - ห้ามฉีดพ่นบนยอดข้าวโพดโดยตรง

เอ็มซีพีเอ
(MCPA)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดพืช  phenoxy  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบภายหลังงอก  ออกฤทธิ์ในทางดูดซึมและเคลื่อนย้ายในต้นพืช
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  700  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  1,000  มก./กก.  อาจทำให้ดวงตาและผิวหนังระคายเคือง
วัชพืชที่กำจัดได้         กำจัดวัชพืชใบกว้างทั้งประเภทล้มลุกและยืนต้น  รวมทั้งวัชพืชใบกว้างที่เจริญเติบโตได้ในน้ำ
พืชที่ใช้                   กำจัดวัชพืชในนาข้าว  ข้าวสาลี  ข้าวบาเลย์  ในไร่ถั่วเขียวและทุ่งหญ้า  เลี้ยงสัตว์
สูตรผสม                  40อีซี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก

วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 15

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)



ไออ๊อกซีนิล
(ioxynil)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  nitrile  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบภายหลังงอก  ออกฤทธิ์ในทางสัมผัสและดูดซึมได้ทางใบ
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  110  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  2,000  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         วัชพืชใบกว้างประเภทล้มลุก  โดยกำจัดในระยะเริ่มงอก
พืชที่ใช้                   กำจัดวัชพืชในนาข้าว  ในไร่ข้าวโพด  ข้าวฟ่างและธัญพืชอื่น ๆ
การแก้พิษ                ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  รักษาตามอาการ

ไอโซโปรทูรอน
(isoproturon)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  urea  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชได้ทั้งแบบก่อนงอกและภายหลังงอก  ออกฤทธิ์โดยการดูดซึมผ่านทางใบและราก
ความเป็นพิษ            

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 6

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


คลอร์ซัลฟูรอน
(chlorsulfuron)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  triazine  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชได้ทั้งแบบก่อนงอกและภายหลังงอก  โดยการเข้าไปยับยั้งการขยายหรือแตกตัวของเซลล์ที่รากและหน่อ
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  5,545  มก./กก.  ทางผิวหนัง  (กระต่าย)  3,400  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         กำจัดวัชพืชใบกว้างได้เป็นส่วนมาก  และหญ้าล้มลุกได้เป็นบางชนิด
พืชที่ใช้                   ข้าว  ข้าวสาลี  ข้าวบาเลย์
สูตรผสม                  75จี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก  โดยใช้ในระยะที่วัชพืชเริ่มงอก  ถ้าใช้ในระยะที่วัชพืชมีใบมากกว่า  2-3  ใบแล้ว  จะต้องใช้อัตราเพิ่มขึ้น
ข้อควรรู้                    - ห้ามใช้กับพืชที่มิได้แนะนำ
                             - เป็นสารทำให้วัชพืชหยุดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
                             - ผสมได้กับสารกำจัดวัชพืชและสารกำจัดศัตรูพืชอื่น ๆ  และปุ๋ยน้ำ
                             - ใช้กำจัดวัชพืชภายหลังงอกได้ดีกว่าแบบก่อนงอก

ซินเม็ทธิลลิน
(cinmethylin)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืชประเภทก่อนงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก (หนู) 1,600 มก./กก. ทางผิวหนัง (กระต่าย) มากกว่า  2,000  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         กำจัดวัชพืชตระกูลหญ้าล้มลุกและวัชพืชใบกว้างบางชนิด
พืชที่ใช้                  

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 1

เริ่มกันตอนแรกนะครับ  กับ "ยาฆ่าหญ้า" สารเคมีที่เพื่อนเกษตรกรนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่เหนือจรดใต้  เพราะด้านประโยชน์ของมันก็ คือ ความสะดวก ต้นทุนต่ำ ประหยัดแรงงาน  ส่วนด้านที่เป็นโทษ ก็คือ .... ตกค้าง ถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ เป็นพิษสะสม ...  บอกตามตรง นายยักษ์เขียว ไม่เห็นด้วยนักกับ การใช้สารกำจัดวัชพืช หรือ ยาฆ่าหญ้า นัก  หรือหากมีทางเลือก ก็ควรใช้วิธีกล หรือ สารอินทรีย์ ที่ไม่ตกค้างได้ก็จะดีมาก  แต่ทำอย่างไรได้ เพราะในปัจจุบัน แรงงานภาคการเกษตร หายากเสียเหลือเกิน.....

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


ทู โฟ - ดี
(2,4-D)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  phenoxy  ประเภทดูดซึม  ออกฤทธิ์กำจัดวัชพืชใบกว้างภายหลังงอกทั้งประเภทล้มลุกและยืนต้น
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (oral  LD  50)  375  มก./กก.  ทางผิวหนังมากกว่า  1,600  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         ผักปอด  ผักตบชวา  ตาลปัตรยายชี  พังพวย  ผักบุ้ง  ผักโขม  โทงเทง  ผักเบี้ยหมู  ผักเบี้ยหิน  หญ้ายาง  ต้นไม้กวาด  กก  กกขนาก  แห้วหมู  เทียนนา  โสน  สะอึก  และวัชพืชใบกว้างอื่น ๆ
พืชที่ใช้                   ใช้กำจัดวัชพืชในนาข้าว  ไร่ข้าวโพด  ข้าวฟ่าง  อ้อย  หน่อไม้ฝรั่ง  สตรอเบอร์รี่  สนามหญ้าและบริเวณที่ไม่ได้ทำการเกษตร
สูตรผสม                  2,4-ดี  มีสูตรผสมหลายอย่าง  คือ
                             - ชนิด  sodium  และ  ammonium  salts  ปกติจะอยู่ในรูปผงละลายน้ำ  (WP)  มีความเข้มข้น  80-95%
                             - ชนิด  amine  salts  มีความเข้มข้น  72อีซี
                             - ชนิด  highly  volatile  esters  (Methyl , Ethyl , Butyl , Isopropyl)  มีความเข้มข้น  72อีซี
                             - ชนิด  Low  volatile  esters  (Butoxy  ethanol , propylene  glycol , Butoxy  propyl)
อัตราใช้และวิธีใช้        2,4-ดี  Na  Salt  ใช้อัตรา  30-40  กรัม  ผสมกับน้ำ  20  ลิตร  ชนิด  amine  salt  และ  high  volatile  esters  ใช้อัตรา  30-60  ซีซี  ผสมกับน้ำ  20  ลิตร  ฉีดพ่นที่ใบวัชพืชให้ทั่วบริเวณที่ต้องการกำจัดวัชพืช  ควรศึกษารายละเอียดจากฉลากเพิ่มเติมก่อนใช้
อาการเกิดพิษ