แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝ้าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝ้าย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 22

บท ความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


ไธโอเบ็นคาร์บ
(thiobencarb)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  carbamate  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบก่อนงอกและภายหลังงอกในระยะแรก ๆ
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  1,300  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  2,000  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         หญ้าข้าวนก  หญ้าไม้กวาด  กกขนาก  ผักปอดนา  สาหร่ายไฟ  วัชพืชใบแคบและใบกว้างอื่น ๆ
พืชที่ใช้                   ข้าว  (ทั้งนาดำและนาหว่าน)
สูตรผสม                  8จี  และ  50อีซี
อัตราใช้และวิธีใช้        ชนิด  8จี  ใช้อัตรา  4  กก./ไร่  โดยหว่านให้ทั่วแปลงนา  ชนิด  50อีซี  ใช้อัตรา  320-640  ซีซี  ผสมกับน้ำ  60  ลิตร  ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาหลังจากปักดำหรือหว่าน  เมื่อข้าวงอกแล้ว  1-5  วัน
การแก้พิษ                ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  รักษาตามอาการ
ข้อควรรู้                    - คงฤทธิ์อยู่ในดินได้นาน  30-40  วัน
                             - เป็นพิษต่อปลาค่อนข้างน้อย
                             - อาจผสมใช้ร่วมกับสารกำจัดศัตรูพืชอย่างอื่นได้

ไตรโคลเพอร์
(triclopyr)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  pyridine : organochlorine  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบภายหลังงอก  ออกฤทธิ์ในทางดูดซึม
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  710  มก./กก.  (หนู)  ทางผิวหนัง  มากกว่า  2,000  มก./กก.  ทำให้ดวงตาและผิวหนังระคายเคือง
วัชพืชที่กำจัดได้         สาบแร้งสาบกา  สาบเสือ  หญ้าละออง  ลูกใต้ใบ  หญ้าลูกเห็บ  ต้นขี้ไก่ย่าน  วัชพืชใบกว้างและพืชไม้ต่าง ๆ
พืชที่ใช้                   ใช้กำจัดวัชพืชในสวนยางพารา  ปาล์มน้ำมัน  พื้นที่ไม่ได้ทำการเกษตร
สูตรผสม                  34.7อีซี  และ  6.8อีซี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตรา  120-150  ซีซี  ผสมน้ำ  40-60  ลิตร  ฉีดพ่นให้ทั่วพื้นที่  1  ไร่
การแก้พิษ                ถ้าเกิดพิษที่ผิวหนัง  ให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่จำนวนมาก ๆ  ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ  ครั้ง  ถ้าเข้าปากหรือกลืนกินเข้าไป  ห้ามทำให้คนไข้อาเจียน  ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  รักษาตามอาการ
ข้อควรรู้                    - อย่าใช้กำจัดวัชพืชตามคู-คลองส่งน้ำ
                             - ดูดซึมได้ทั้งทางใบและราก  เคลื่อนย้ายได้ทั่วต้นพืช
                             - สลายตัวในดินได้อย่างรวดเร็ว

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 20

บท ความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


โปรพานิล
(propanil)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  acetamide  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบภายหลังงอกโดยทางสัมผัสในช่วงระยะเวลาอันสั้น
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  1,385  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  7,000  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         หญ้าข้าวนก  หญ้านกสีชมพู  หญ้าหนวดปลาดุก  กกขนาก  หญ้าทรงกระเทียม  ผักแว่น  วัชพืชใบแคบและใบกว้างอื่น ๆ
พืชที่ใช้                   ข้าว  มันฝรั่ง  ข้าวสาลี
สูตรผสม                  36อีซี
อัตราใช้และวิธีใช้        โดยทั่วไปใช้อัตรา  1.5-2  ลิตร  ผสมกับน้ำ  80  ลิตร  ฉีดพ่นให้คลุมพื้นที่  1  ไร่  โดยใช้ในช่วงระยะที่พืชงอกแล้วและมีใบ  2-4  ใบ
อาการเกิดพิษ            เมื่อถูกผิวหนังจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง  ถ้าสูดดมเข้าไปมาก ๆ  จะทำให้หายใจไม่ออก  ถ้ากลืนกินเข้าไป  จะร้อนภายในปาก  ลำคอ  กระเพาะ  ไอ  คลื่นไส้  อาเจียน  ปวดศีรษะ  วิงเวียน  ง่วงและหมดสติ
การแก้พิษ                ถ้าถูกผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่ทันที  ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดมาก ๆ  ถ้ากลืนกินเข้าไป  ทำให้คนไข้อาเจียนทันที  จนเหลือแต่น้ำหรือของเหลวใส  แล้วรักษาตามอาการ  ห้ามให้อาหารประเภทที่มีไขมัน  น้ำมัน  แอลกอฮอล์  กับคนไข้
ข้อควรรู้                    - เป็นพิษต่อปลา
                             - ละอองโปรพานิลจะทำความเสียหายให้กับฝ้าย  ข้าวโพด  มะเขือเทศ  ถั่วเหลือง  ทานตะวัน  ผักต่าง ๆ  แตงกวา  พืชพวกถั่วและใบพืชกว้างอื่น ๆ
                             - อย่าใช้ในช่วงที่มีอากาศร้อนหรือเย็นจัด
                             - อย่าใช้ถ้าคาดหมายว่าจะมีฝนตกภายใน  5-6  ชั่วโมง
                             - อย่าใช้สารคาร์บาริลหรือสารกำจัดแมลงพวกฟอสเฟทอื่น ๆ กับพืชที่ถูกฉีดพ่นด้วยโปรพานิลแล้ว  ภายใน  14  วัน
                             - อย่าใช้ผสมกับปุ๋ยน้ำ
                             - ไม่มีฤทธิ์ตกค้าง
                             - ความรวดเร็วในการฆ่าวัชพืชจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น

โปรปาควิซาฟอพ
(propaquizafop)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืชภายหลังงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก
วัชพืชที่กำจัดได้         วัชพืชประเภทใบแคบพวกหญ้า  ได้แก่  หญ้าข้าวนก  หญ้านกสีชมพู  หญ้าตีนกา  หญ้าตีนนก  หญ้าดอกขาว
พืชที่ใช้                   ใช้กำจัดวัชพืชในแปลงถั่วเหลือง
สูตรผสม                  10อีซี

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 20

บท ความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)

พีบูเลท
(pebulate)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  thiocarbamate  ประเภทเจาะจงพืช  ใช้กำจัดวัชพืชก่อนปลูกหรือภายหลังงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  921-1,900  มก./กก.  ทางผิวหนัง  (กระต่าย)  มากกว่า  4,640  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         วัชพืชใบกว้างและวัชพืชใบแคบพวกหญ้าต่าง ๆ
พืชที่ใช้                   มะเขือเทศ  ยาสูบ
สูตรผสม                  อยู่ในรูปน้ำมันผสมน้ำ  (อีซี)  และ  10จี
อัตราใช้และวิธีใช้        ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก
ข้อควรรู้                    - เป็นสารกำจัดวัชพืชที่มีความใกล้เคียงกับอีพีทีซี
                             - ให้ผลในการกำจัดหญ้าเป็นส่วนใหญ่
                             - วัชพืชใบกว้างจะถูกฆ่า  ถ้าสภาพการใช้เหมาะสมแก่การงอกของเมล็ด
                             - ไม่มีฤทธิ์ในทางสัมผัส  ฤทธิ์อยู่ได้นานประมาณ  6-8  สัปดาห์

เพ็นดิเม็ทธาลิน
(pendimethalin)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  dinitroanilide  ประเภทเจาะจงพืช  ใช้ก่อนปลูกเพื่อกำจัดวัชพืชแบบก่อนงอกหรือเริ่มงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  1,250  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  5,000  มก./กก.  (กระต่าย)  (Techn.)
วัชพืชที่กำจัดได้         วัชพืชใบแคบพวกหญ้าล้มลุกและวัชพืชใบกว้างล้มลุกบางชนิด
พืชที่ใช้                   ฝ้าย  ถั่วเหลือง  ข้าวโพด  ข้าวฟ่าง  ข้าว  ถั่วลันเตา  ถั่วเขียว  มันฝรั่ง  และพืชอื่น ๆ  อีกหลายชนิด
สูตรผสม                  31.7อีซี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก  โดยใช้ก่อนปลูกหรือก่อนวัชพืชงอก
การแก้พิษ                ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  ถ้ากลืนกินเข้าไปห้ามทำให้อาเจียน  รักษาตามอาการ
ข้อควรรู้                    - เป็นพิษต่อปลา
                             - ข้าวโพดจะเป็นอันตรายถ้าใช้แบบก่อนปลูก
                             - อาจผสมใช้ร่วมกับสารกำจัดวัชพืชอย่างอื่นได้

ฟีโนไธโอล
(phenothiol)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  phenoxy  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบก่อนงอก

วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 15

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)



ไออ๊อกซีนิล
(ioxynil)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  nitrile  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบภายหลังงอก  ออกฤทธิ์ในทางสัมผัสและดูดซึมได้ทางใบ
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  110  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  2,000  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         วัชพืชใบกว้างประเภทล้มลุก  โดยกำจัดในระยะเริ่มงอก
พืชที่ใช้                   กำจัดวัชพืชในนาข้าว  ในไร่ข้าวโพด  ข้าวฟ่างและธัญพืชอื่น ๆ
การแก้พิษ                ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  รักษาตามอาการ

ไอโซโปรทูรอน
(isoproturon)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  urea  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชได้ทั้งแบบก่อนงอกและภายหลังงอก  ออกฤทธิ์โดยการดูดซึมผ่านทางใบและราก
ความเป็นพิษ            

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 10

บท ความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)

ดีพีเอกซ์ แอล - 5300
(DPX – L - 5300)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  sulfon , urea  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบภายหลังงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  มากกว่า  5,000  มก./กก.  ทางผิวหนัง  (กระต่าย)  มากกว่า  2,000  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         วัชพืชใบกว้างและหญ้าต่าง ๆ
พืชที่ใช้                   ข้าวสาลี  ข้าวบาเลย์
สูตรผสม                  75เอสซี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก
การแก้พิษ                ถ้าเกิดพิษที่ผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่จำนวนมาก ๆ  ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำจำนวนมาก ๆ  และถ้ามีอาการระคายเคืองให้ปรึกษาแพทย์

ดีเอสเอ็มเอ
(DSMA)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  organoarsenic  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบภายหลังงอกโดยทางสัมผัส
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  1,800  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         หญ้าชนิดต่าง ๆ  โดยกำจัดแบบภายหลังงอก
พืชที่ใช้                   ฝ้าย  ส้ม  และกำจัดวัชพืชในพื้นที่มิได้ทำการเพาะปลูก
สูตรผสม                  80เอสพี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก  ผสมน้ำแล้วฉีดพ่นที่ต้นวัชพืชโดยตรง  กำจัดวัชพืชในไร่ฝ้าย  ควรให้ฝ้ายมีความสูงประมาณ  3-4  นิ้ว  จนถึงระยะออกดอก  และไม่ควรใช้เกิน  2  ครั้ง  ต่อหนึ่งฤดูปลูก
ยาแก้พิษ                  ยาบีเอแอล  (BAL)
ข้อควรรู้                    - ไม่กัดกร่อนโลหะ
                             - ใช้ผสมกับ  2,4-ดี  ได้
                             - ให้ผลดีที่สุดในการกำจัดวัชพืชที่อยู่ในระยะที่เป็นต้นอ่อนและกำลังเจริญเติบโต

อีพีทีซี
(EPTC)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  thiocarbamate  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชแบบก่อนงอก
ความเป็นพิษ            

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 6

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


คลอร์ซัลฟูรอน
(chlorsulfuron)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  triazine  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชได้ทั้งแบบก่อนงอกและภายหลังงอก  โดยการเข้าไปยับยั้งการขยายหรือแตกตัวของเซลล์ที่รากและหน่อ
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  5,545  มก./กก.  ทางผิวหนัง  (กระต่าย)  3,400  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         กำจัดวัชพืชใบกว้างได้เป็นส่วนมาก  และหญ้าล้มลุกได้เป็นบางชนิด
พืชที่ใช้                   ข้าว  ข้าวสาลี  ข้าวบาเลย์
สูตรผสม                  75จี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก  โดยใช้ในระยะที่วัชพืชเริ่มงอก  ถ้าใช้ในระยะที่วัชพืชมีใบมากกว่า  2-3  ใบแล้ว  จะต้องใช้อัตราเพิ่มขึ้น
ข้อควรรู้                    - ห้ามใช้กับพืชที่มิได้แนะนำ
                             - เป็นสารทำให้วัชพืชหยุดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
                             - ผสมได้กับสารกำจัดวัชพืชและสารกำจัดศัตรูพืชอื่น ๆ  และปุ๋ยน้ำ
                             - ใช้กำจัดวัชพืชภายหลังงอกได้ดีกว่าแบบก่อนงอก

ซินเม็ทธิลลิน
(cinmethylin)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืชประเภทก่อนงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก (หนู) 1,600 มก./กก. ทางผิวหนัง (กระต่าย) มากกว่า  2,000  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้         กำจัดวัชพืชตระกูลหญ้าล้มลุกและวัชพืชใบกว้างบางชนิด
พืชที่ใช้                  

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 5

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


บิวตาคลอร์
(butachlor)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  acetamide  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชได้ทั้งก่อนงอกโดยการคุมวัชพืชและภายหลังงอก  ออกฤทธิ์ด้วยการเข้าไปยับยั้งขบวนการสังเคราะห์โปรตีน  ภายในต้นพืช
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  3,300  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  13,000  มก./กก.  ทำให้ผิวหนังและดวงตาระคายเคือง
วัชพืชที่กำจัดได้         กำจัดวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง  รวมทั้งกกต่าง ๆ  เช่น  หญ้านกสีชมพู  แห้วทรงกระเทียม  ขาเขียด  ผักปอดนา  ผักแว่น  พังพวย  หญ้าหนวดปลาดุก  กกทราย  และกกขนาก
พืชที่ใช้                   ใช้กำจัดวัชพืชในนาข้าว
สูตรผสม                  60อีซี  และ  5จี
อัตราใช้และวิธีใช้        ขนาด  60อีซี  ใช้อัตรา  250  ซีซี  ผสมกับน้ำ  20  ลิตร  ฉีดพ่นให้ทั่วพื้นที่  1  ไร่  ชนิด  5จี  ใช้อัตรา  3.2  กก.  หว่านให้ทั่วพื้นที่  1  ไร่  ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง
อาการเกิดพิษ            ถ้าเกิดพิษที่ผิวหนังจะมีอาการระคายเคือง  เช่นเดียวกับที่ดวงตาและที่จมูก
การแก้พิษ                ถ้าเกิดพิษที่ผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำกับสบู่มาก ๆ  ถ้าเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดนาน ๆ  ถ้ากลืนกินเข้าไป  ต้องทำให้คนไข้อาเจียนแล้วกินถ่านยาแอ็คติเวทเต็ด  ซาร์โคล  พร้อมนำผู้ป่วยส่งแพทย์  สำหรับแพทย์  ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ  รักษาตามอาการ
ข้อควรรู้                    - เป็นพิษต่อปลา
                             - อย่าใช้ในสภาพอากาศที่คิดว่าจะมีฝนตก  ภายใน  6  ชั่วโมง
                             - คงตัวอยู่ในดินได้นานประมาณ  10  สัปดาห์
                             - ผสมกับโปรพานิลได้เมื่อใช้ฉีดพ่นทันทีและกำจัดแบบภายหลังงอก

บูตราลิน
(butralin)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  dinitroanilide  ประเภทเจาะจงพืช  กำจัดวัชพืชทั้งก่อนงอกและหลังงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  12,600  มก./กก.  ทางผิวหนัง  10,200  มก./กก.
วัชพืชที่กำจัดได้