แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝรั่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝรั่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการปลูกและดูแลฝรั่ง



เทคนิคการปลูกฝรั่ง


แผนการปฏิบัติงานเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ
สำหรับสวนฝรั่งตั้งแต่การเริ่มปลูก-การทำผลผลิตคุณภาพ

การปลูกฝรั่ง

          หลังจากที่เลือกพื้นที่ปลูกได้แล้ว  ถ้าต้องการจะปลูกเป็นสวนก็ควรจะจัดระยะปลูกระหว่างแถวและระหว่างต้นประมาณ  3x3 เมตร  ในเนื้อที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ  160 ต้น

 

การเตรียมหลุมปลูก

ขนาดของหลุมปลูกควรกว้าง  0.5 เมตร และลึก  0.5 เมตร โดยดินที่ขุดขึ้นมาจากหลุมนั้น ให้แยกเป็นสองกอง คือ ดินชั้นบนแยกไว้กองหนึ่ง ดินชั้นล่างอีกกองหนึ่ง ตากดินที่ขุดขึ้นมาสัก 15 - 20 วัน แล้วผสมดินทั้งสองกองและรองพื้นด้วยวัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว อัตรา 200-300 กรัม อัตรา 200-300 กรัม แล้วจึงกลบดินลงไปในหลุมตามเดิม โดยเอาดินชั้นบนลงไว้ก้นหลุมและดินชั้นล่างกลบทับลงไปที่หลัง ดินที่กลบลงไปจะสูงกว่าปากหลุม ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ดินยุบตัวดีเสียก่อน หรือรดน้ำให้ดินยุบตัวดีเสียก่อน จึงลงมือปลูกระยะปลูก
หมายเหตุ ในพื้นที่ที่มีการระบาดของไส้เดือนฝอยรากปม  ให้ใส่ พี-แม็ก ผสมกับดินก้นหลุมอัตรา 10 กรัมต่อหลุม เพื่อกำจัดไส้เดือนฝอยรากปม และป้องกันการเข้าทำลายในช่วงที่รากฝรั่งเจริญเติบโต
1.1 ผูกยึดตนใหแนนกับหลักไมรวกที่ปกไวเพื่อปองกันไมใหตนโยกคลอน
1.2 มีการจัดร่มเงาให้ต้นฝรั่ง  ในระยะแรกโดยอาจใช้ทางมะพร้าวปักพรางแสง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นได้รับแดดจัดเกินไปในช่วงแรก
1.3 ต้องให้น้ำแก่ต้นที่ปลูกใหม่อย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ระวังอย่าให้ต้นขาดน้ำ
1.4 การให้ปุ๋ยทางดินแก่ต้น ใช้ วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว อัตรา 200-300 กรัม(1-2 กำมือ) ทุก ๆ  30 วัน/ครั้ง เริ่มใส่ต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 1 เดือนหลังปลูก
1.5 สำหรับพื้นที่ที่มีไส้เดือนฝอยรากปมระบาดชุกชุม ทุก ๆ 3-6 เดือน ให้ใช้เชื้อราควบคุมและกำจัดไส้เดือนฝอย "พี-แม็ก" อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นผิวดินบหรือใช้รดบริเวณรอบทรงพุ่มของฝรั่งเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของไส้เดือนฝอยศัตรูพืช
1.6 ควรใช้ปุ๋ยไบโอเฟอร์ทิล(สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง) อัตรา 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบให้กับต้นฝรั่ง เดือนละ 1-2 ครั้ง จะทำให้ต้นฝรั่งเจริญเติบโตดี  ให้ผลผลิตได้เร็วและอายุการให้ผลผลิตนานขึ้น
1.7 อย่าฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดวัชพืชใกล้บริเวณโคนต้นหรือทรงพุ่ม เพราะจะทำให้รากฝรั่งกระทบกระเทือน

      2.   การดูแลและการทำงาน (ต้นอายุ 6 เดือนขึ้นไป)
2.1 การให้ปุ๋ยทางดินควรเริ่มปรับเป็นการให้ทุก ๆ 20-30 วันต่อครั้ง ใช้วัสดุปรับปรุงดินเกรด AAA ตรายักษ์เขียว อัตรา 300-500  กรัมต่อต้น(2-3 กำมือ) และเสริมปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ในบางช่วงที่มีผลผลิตมากในอัตรา 150-300 กรัมต่อต้น(1-2 กำมือ)
2.2 สำหรับพื้นที่ที่มีไส้เดือนฝอยรากปมระบาดชุกชุม ทุก ๆ 3-6 เดือน ให้ใช้เชื้อราควบคุมและกำจัดไส้เดือนฝอย "พี-แม็ก" อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร รดหรือฉีดพ่นบริเวณรอบทรงพุ่มของฝรั่งเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของไส้เดือนฝอยศัตรูพืช
2.3 ปุ๋ยทางใบ ให้ใช้ไบโอเฟอร์ทิล สูตรบำรุงต้น ไล่แมลง สลับกับ สูตรเร่งขนาดผล(ในช่วงมีผลผลิต)  โดยฉีดพ่นอัตรา  40 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 10-14 วัน จะทำให้ต้นฝรั่งมีดอกและผลมาก  ขั้วเหนียว ติดผลมาก ไม่สลัดผลแม้ในช่วงอากาศร้อนจัด และทำให้ผลมีขนาดใหญ่ ให้ผลผลิตได้หลายปี
2.4 ต้องให้น้ำแก่ต้นที่ปลูกใหม่อย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ ระวังอย่าให้ต้นขาดน้ำ

 

ปีที่ 7 กับการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพิ่มผลผลิต ต้นทุนลดลง 50% กับกลุ่มสวนฝรั่งพี่หาญ  อยู่พิทักษ์ ต.ท่าทราย สมุทรสาคร

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

สารกำจัดวัชพืช(ยาฆ่าหญ้า) ตอนที่ 3

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ชื่อสารเคมี(ชื่อสามัญ) ชนิดต่างๆ  มาเผยแพร่ให้เกษตรกร,ผู้สนใจ,ฯลฯ ได้รู้ถึงประโยชน์, อันตราย, และความเป็นพิษเพื่อจะได้เลือกใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง(ในกรณีที่จำเป็น) มิได้ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือผู้อ่านใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น เพียงแต่หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี  ก็ควรใช้อย่างรู้คุณและโทษของมันอย่างถูกต้อง และได้ประโยชน์ คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์ และไม่ทำให้ผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรและผู้ใช้เองต้องตกเป็นเหยื่อของพิษ ภัยจากการใช้สารเคมีโดยมิได้รู้แจ้ง ซึ่ง ทางผู้โพสหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปไม่มากก็น้อย  สำหรับท่านที่มีเพื่อน,มิตร,ญาติสนิท,ฯลฯ ที่ทำเกษตร หรือเกี่ยวข้องทางด้านนี้อยู่ ก็รบกวนช่วยนำไปเผยแพร่นะครับ ผมเองได้ข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ยังทำการเกษตรอยู่ จาก หนังสือ "สารกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย"  เป็นหนังสือที่หาค่อนข้างยาก ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีตีพิมพ์อีกหรือไม่ แต่ข้อมูลก็ยังสามารถใช้ได้ดีอยู่ จึงอยากนำมาเผยแพร่ให้คนรักต้นไม้,เกษตรกร,หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบกัน
 (นายยักษ์เขียว)


อะนิโลฟอส
(anilofos)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  organic  phosphate  ประเภทเจาะจงพืช  ใช้กำจัดวัชพืชภายหลังงอก
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  1,000  มก./กก.  (หนูตัวผู้)  สำหรับหนูตัวเมีย  400  มก./กก.  อาจทำให้ดวงตาและผิวหนังระคายเคือง
วัชพืชที่กำจัดได้         หญ้าและวัชพืชใบแคบอื่น ๆ
พืชที่ใช้                   กำจัดวัชพืชในนาข้าว
สูตรผสม                  30อีซี  ,  1.5%  และ  %  จี
อัตราใช้และวิธีใช้        ใช้อัตราตามคำแนะนำบนฉลาก  โดยใช้ในระยะที่วัชพืชมีใบอ่อน  2-5  ใบ  หรือภายหลังจากปักดำแล้ว  4-12  วัน
ข้อควรรู้                    - เป็นพิษต่อปลา
                             - ห้ามใช้กับเมล็ดข้าวโดยตรง
                             - ดูดซึมเข้าไปในต้นวัชพืชได้โดยผ่านทางรากและใบ
                             - ภายหลังจากใช้แล้ว  วัชพืชจะหยุดเจริญเติบโต  เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ  และตายในที่สุด
                             - เข้ากับสารกำจัดวัชพืชอย่างอื่นที่กำจัดวัชพืชใบกว้างได้  ยกเว้นสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง

อะซูแลม
(asulam)
การออกฤทธิ์             เป็นสารกำจัดวัชพืช  carbamate  ประเภทเจาะจงพืช  ใช้กำจัดวัชพืช  ภายหลังงอก  โดยการดูดซึมผ่านทางใบและรากไปยังส่วนต่าง ๆ  ของวัชพืช
ความเป็นพิษ             มีพิษเฉียบพลันทางปาก  (หนู)  มากกว่า  4,000  มก./กก.  ทางผิวหนัง  มากกว่า  1,200  มก./กก.  (หนู)
วัชพืชที่กำจัดได้